คีโตคืออะไร

ทำความรู้จักกับ “คีโต” กินไขมันอย่างไรให้น้ำหนักลด พร้อมวิธีตรวจสอบว่าได้ผลหรือไม่

จะทราบได้อย่างไรว่ากิน “คีโต” แล้วได้ผล ลดน้ำหนักได้จริง

ทำความรู้จักกับ “คีโต” กินไขมันอย่างไรให้น้ำหนักลด พร้อมวิธีตรวจสอบว่าได้ผลหรือไม่.

ทุกวันนี้ใครๆ ก็อยากมีรูปร่างสวยงาม และมีสุขภาพที่ดีกันทั้งนั้น หลายคนจึงหันมาออกกำลังกาย ทานอาหารคลีน และดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอกเหนือจากวิธีการเหล่านี้ ก็ยังมีเทรนด์การลดน้ำหนักอีกมากมายที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบัน หนึ่งในนั้นคือการกิน “คีโต” วิธีการลดน้ำหนักสุดแหวกแนวที่ฉีกออกไปจากแนวทางการลดน้ำหนักแบบอื่นๆ เพราะเน้นไปที่การบริโภค “ไขมัน” แทนที่จะหลีกเลี่ยง ซึ่งบทความนี้จะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการกินคีโตอย่างถูกต้อง พร้อมแนะนำวิธีการตรวจสอบว่าการกินของเราได้ผลหรือไม่ ถ้าใครกำลังเริ่มคิดจะลดน้ำหนักด้วยคีโต ต้องอ่านเลย!

คีโตคืออะไร

เชื่อว่าหลายคนต้องเกิดความสงสัยแน่ๆ ว่าคีโตคืออะไร ความจริงแล้วคำว่าคีโต เป็นคำที่ย่อมาจาก คีโตเจนิก ไดเอต (Ketogenic Diet) หรือวิธีการกินอาหารที่เน้นไปยังการทานไขมัน โปรตีน และลดคาร์โบไฮเดรตกับน้ำตาลให้เหลือน้อยที่สุด เรียกง่ายๆ ว่าเน้นกินกับข้าวเยอะๆ ทานข้าวน้อยๆ หรืออาจจะไม่ทานเลยก็ได้ การกินคีโตจึงเป็นวิธีการที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะสามารถลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องงดอาหารโปรด เหมือนกับวิธีการอื่นๆ

คีโตช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร

คำถามข้อต่อมาที่หลายคนอยากรู้ ก็คือการกินไขมัน จะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร สำหรับคำตอบข้อนี้ จำเป็นต้องอธิบายถึงกระบวนการสร้างพลังงานในร่างกายมนุษย์ให้ฟังก่อนว่า หลังจากเราทานอาหารเข้าไป คาร์โบไฮเดรตกับน้ำตาลจะถูกย่อยสลายกลายเป็นกลูโครส แล้วร่างกายก็จะนำมันไปใช้เป็นพลังงานในการดำรงชีวิต เมื่อร่างกายดึงพลังงานจากกลูโครสมาหมดแล้ว ลำดับต่อไปก็จะเป็นไขมันในร่างกาย เราจึงมักได้ยินบ่อยๆ ว่า การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ เพราะเราใช้พลังงานจนเกินกว่าสิ่งที่กินเข้าไปนั่นเอง ทว่าการกินคีโต คือการทำย้อนกลับ เนื่องจากเมื่อเราทานไขมันและโปรตีน แต่ทานคาร์โบไฮเดรตน้อยลง กลูโคลสก็จะหมดลงอย่างรวดเร็ว และแหล่งพลังงานใหม่ที่ร่างกายจะดึงมาใช้ ก็คือไขมันนั่นเอง โดยกระบวนการที่ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลัก จะถูกเรียกว่าภาวะคีโตซิส (Kitosis) นี่จึงเป็นเหตุผลว่า การกินคีโตที่เน้นไขมัน ลดน้ำตาลและแป้ง สามารถช่วยลดน้ำหนักได้

กินอาหารแบบไหนถึงจะเรียกว่าลดน้ำหนักแบบ “คีโต” อย่างแท้จริง

ถึงแม้ว่าการกินคีโตจะมุ่งเน้นไปที่ไขมันกับโปรตีนก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถกินไขมันได้ทุกอย่าง ต้องอย่าลืมว่าการทานไขมันอิ่มตัวเข้าไปมากๆ สามารถก่อให้เกิดโรคหลายอย่างได้ เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น ดังนั้นหากต้องการกินคีโต ไปพร้อมๆ กับมีสุขภาพดี ต้องเลือกกินอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น อะโวคาโด น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก และน้ำมันทานตะวัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นเวลาทำอาหาร ให้ใช้น้ำมันเหล่านี้ในการทำจะดีที่สุด

จะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโตซิสแล้ว

อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่คนกินคีโตต้องสนใจ คือแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าตอนนี้ร่างกายของเราเข้าสู่ภาวะคีโตซิส หรือเปลี่ยนมาดึงไขมันเป็นพลังงานหลักหรือยัง โดยบทความนี้ขอแบ่งวิธีการตรวจสอบออกเป็น 2 วิธีง่ายๆ ดังนี้

  1. สังเกตจากอาการของร่างกายโดยตรง
    ตามปกติแล้ว หลังจากที่เราทานอาหารตามหลักคีโตไปสักพัก นอกจากน้ำหนักจะเริ่มลดลงแล้ว ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณบางอย่างออกมาให้รู้ด้วยว่ากำลังเข้าสู่ภาวะคีโตซิส โดยจะมีอาการดังต่อไปนี้ คือ
    • มีกลิ่นปากคล้ายกับโลหะ หรือมีรสชาติหวานๆ ติดอยู่ทั่วปาก
    • เป็นไข้คีโต โดยจะมีอาการนอนไม่หลับ เป็นไข้ เวียนหัว และรู้สึกคลื่นไส้ แต่หลังจากกินคีโตต่อไปอีกสักพัก ร่างกายจะสามารถปรับตัวได้และมีอาการดีขึ้นเองตามลำดับ
    • รู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น เพราะร่างกายเพิ่งปรับเปลี่ยนแหล่งพลังงานใหม่ ส่งผลให้คนที่ทานคีโตจะรู้สึกอ่อนเพลียประมาณ 7 – 30 วัน แต่หลังจากนั้นก็จะกลับมาเป็นปกติ
  2. ใช้เครื่องตรวจคีโตนในเลือดจาก eBketone
    บางทีการสังเกตอาการด้วยตาเปล่า ก็อาจจะยังไม่น่าเชื่อถือเท่าการตรวจค่าคีโตซิสจากเลือดโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องไปถึงโรงพยาบาลก็สามารถตรวจหาค่าคีโตซิสได้ด้วยตัวเองที่บ้านแล้ว เพราะตอนนี้ Fasicare บริษัทผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์คุณภาพสูง ได้มีเครื่องตรวจคีโตนในเลือดจำหน่ายแล้ว แถมยังสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายๆ อีกด้วย โดยเครื่องนี้จะมาพร้อมกับแผ่นตรวจเลือด และเข็มจิ้มนิ้วทั้งหมด 10 ชุดด้วยกัน วิธีการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงจิ้มนิ้ว แล้วป้ายเลือดเข้ากับแผ่นตรวจเลือด จากนั้นก็เสียบแผ่นดังกล่าวเข้าไปในเครื่อง รอสักครู่หนึ่ง เครื่องก็จะแสดงค่าบอกให้เราทราบทันทีว่า ตอนนี้เลือดของเราเข้าเกณฑ์คีโตซิสหรือยัง หากใช้จนครบ 10 ชุดแล้ว ทาง Fasicare ก็มีเข็มและแผ่นตรวจจำหน่ายแยกเพิ่มเติมต่างหาก สามารถใช้งานอย่างต่อเนื่องได้เลย หากสนใจสามารถเข้าไปดูราคาและรายละเอียดการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้เลย

หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงทราบกันแล้วว่าคีโตคืออะไร ทำไมถึงสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ และต้องทานแบบไหนถึงจะเรียกว่าคีโต รวมถึงทราบแล้วด้วยว่าต้องเช็กร่างกายอย่างไรถึงจะรู้แน่ชัดว่าเข้าสู่ภาวะคีโตซิสแล้วหรือยัง อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักด้วยวิธีการกินแบบคีโตอาจเกิดโทษในคนบางกลุ่มได้ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และผู้ป่วยไตเสื่อม เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะเริ่มทานคีโตแบบจริงจัง ขอแนะนำให้ตรวจสุขภาพ และปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อความปลอดภัยในการลดน้ำหนัก

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website: https://fasicare.com
Telephone: 0-2019-1388 (ต่อ 11 , 12 , 13), 086-3002582, 096-9357475 
Line ID : @fasicare
Facebook: https://www.facebook.com/fasicare

E-mail: fasicareshop@gmail.com
Instagram : https://www.instagram.com/fasicare
Youtube : https://www.youtube.com/fasicareshop